
+:: อินนาลิลลาฮ์ ว่าอินนาอิลัยฮิรอยิอูน : แท้จริงเราป็นกรรมสิทธิของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราจะกลับไปยังพระองค์ ::+
12 ตุลาคม 2551 ปิดตำนาน "เฒ่าทรนง" แห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี
รอยยิ้มกว้าง เสียงหัวเราะดังๆ ที่ปราศจากเล่ห์เหลี่ยมใดๆ มีเพียงความจริงใจที่แสดงออกมาผ่านทางแววตาที่ผ่านโลกมาอย่างยาวนาน
ใบหน้าเปี่ยมสุขของชายชราวัย 108 ปี ยังคงอยู่ในดวงใจของคนไทยอีกมากมายหลายร้อย พัน หมื่น แสน ล้านคน
ด้วยแนวทางที่ปู่เย็นดำรงชีวิตนั้น ได้สร้างสามัญสำนึกให้กับคนไทยอีกหลายคนที่ได้รับรู้เรื่องราวชีวิตของชายชราผู้นี้
ปู่เย็นไม่เคยขอใคร มีแต่ให้ (สิ่งของ) และให้ (แนวคิด)แก่ใครๆ ตลอดการดำรงชีวิตอันสมถะของเขา
แม้ว่าปู่เย็นจะไม่มีลูกหลาน แม้ปู่เย็นจะไม่มีทายาทสืบสกุล แต่ชั้นเชื่อว่า... จากนี้ต่อไป ปู่เย็นจะมีลูกหลานอีกมากมาย ที่ยึดถือแนวคิด "พอเพียง" ของปู่ และดำเนินชีวิตตามวิถีที่ปู่เคยปูทางไว้
ปู่เย็นจะไม่ใช่แค่เพียง "ชายชรา" ที่ถูกกล่าวถึงราวกับเป็น "ดารา" เพียงแค่ในจอ
หากแต่ปู่เย็นจะเป็น "ดารา" ในและนอกจอตลอดไป ในหัวใจคนไทยอีกหลายล้านคน
"ดูแต่หอยสิ ไม่มีมือไม่มีตีน มันยังหากินได้เอง ประสาอะไรกับคนมีมือมีเท้า หากินเองไม่ได้ก็อายหอย...”
"ขายอย่าให้แพง คนเขาจะได้กินลง ฉันขายถูกๆ เอาไปเถอะ ซื้อไปแกงให้พอหม้อ...”
"มีก็กิน ไม่มีก็ไม่กิน ไม่ขอใคร คนเราอดตาย หายาก ถ้าไม่เจ็บไม่ไข้นะ...”
นี่คือคำพูดของชายชราผู้นี้ ที่ชั้นเชื่อว่าหลายคนคงจดจำน้ำเสียงของปู่เย็นได้เป็นอย่างดี
สั้นๆ ง่ายๆ ตรงไปตรงมา ไม่ต้องตีความใดๆ ไม่มีความนัยซับซ้อน
"ชีวิตคนเหมือนสะพาน มีขึ้น มีลง มีสูง มีต่ำ พอสุดท้าย ก็ตาย...”
ชั้นจดจำประโยคนี้ได้เป็นอย่างดี ชายชราเอ่ยปากตอนที่กำลังเดินผ่านสะพานเพื่อจะไปกินน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ในตลาด
“ไม่เอาง่ะ เกรงใจมัน...กินฟรีได้ แต่ไม่กิน เกรงใจ ไม่เอา อาย ของเขาซื้อเขาขาย ไหนต้องตัก ไหนต้องล้าง..."
ปู่เย็นพูดประโยคนี้ตอนที่นั่งกินน้ำเต้าหู้ ปู่เย็นคิดเช่นนี้ จนใครๆ ในตลาดต่างรู้และเข้าใจในหัวใจอันทรนงของชายชราผู้นี้
ช่วงเวลาที่ปู่เย็นมีความสุขมากที่สุดในชีวิตก็คงจะเป็นช่วงที่... สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงพระราชทานเรือให้กับปู่เย็น
ชั้นเห็นรอยยิ้มของปู่ รอยยิ้มกว้างๆ จริงใจและใสซื่อ เมื่อครั้งที่ปู่เย็นได้รับพระราชทานเรือจากสมเด็จพระราชินี (อีกครั้ง หลังจากที่ส่งซ่อมเพราะเรือจมเนื่องจากพายุฝน)
“ขอขอบคุณ พระราชินีเป็นคนดี เป็นคนเก่ง และเป็นคนสวย”
คำพูดธรรมดาๆ ที่แสนจะจริงใจจากปากของชายชราผู้นี้ คนดีศรีเมืองเพชร
“จะตายบนเรือลำนี้แหละ...”
คำพูดสุดท้ายของปู่เย็นที่เอ่ยปากออกมา หลังจากได้รับเรือพระราชทานลำนี้ของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตอันยาวนานของปู่เย็น
เปรียบเสมือนพรข้อสุดท้าย... ที่ปู่เย็นได้ลั่นวาจาเอาไว้
สะพาน (ช่วงชีวิต) ของปู่เย็นได้ถึงช่วงลงต่ำแล้ว...หากแต่... วิถีชีวิตของปู่เย็นจะกลายเป็นตำนานอันเจิดจรัสที่โชติช่วงในหัวใจคนไทยอีกหลายร้อย พัน หมื่น แสน ล้านคน
แล้วเฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชรก็จะได้หลับอย่างสบาย ภายใต้ผืนดินแห่งเมืองเพชรบุรีตราบจนวันสิ้นโลก
ศพของปู่เย็นจะถูกฝังอยู่ที่มัสยิดกลาง จังหวัดเพชรบุรี ต.ท่าแร้ง อ.บ้านแหลมโดยจะมีพิธีละหมาด (ขอพรให้กับผู้เสียชีวิต) ในวันนี้ 13 ตุลาคม 2551 เวลา 10 นาฬิกา
* พี่ - น้องมุสลิมทั้งหลายคะ... ขอดุอาอฺให้ชายชราผู้ทรนงคนนี้ด้วยนะคะ
* พี่ - น้องคนไทยทั้งหลายคะ... อย่าปล่อยให้ปู่เย็นเป็นเพียงตำนานที่ถูกกล่าวขานและถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลานะคะ
คนคนหนึ่ง เกิดมาโดยที่ไม่มีทรัพย์ศรงคาญใดๆ หากแต่จากไปพร้อมกับความอาลัยจากปวงชน
กับคนอีกคน เกิดมาโดยไม่มีทรัพย์ศรงคาญใดๆ แต่กลับต้องจากไปพร้อมกับคำสาปแช่งจากปวงชน
ถามตัวเองว่า... "คุณจะเป็นคน... ที่จะเลือกสรรเสริญคนเช่นใด"
